ไหม (Silk)

ไหม (Silk) เป็นเส้นใยโปรตีนธรรมชาติที่ได้จากหนอนไหมหรือแมลงอื่นๆที่สร้างเส้นใย หนอนไหมมี 2 ประเภท คือ ไหมบ้าน (Domestic silkworm) หรือไหมกินใบหม่อนเป็นอาหาร (Mulberry silkworm) และไหมป่า (Wild silkworm) หรือไหมที่ไม่ได้กินใบหม่อนเป็นอาหาร (Non-mulberry silkworm) สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีความเหมาะสมสำหรับเลี้ยงไหมสายพันธุ์ที่ฟักออกตลอดปี ไหมบ้านสกุล Bombyx mori ที่มีการเลี้ยงในประเทศไทยมี 3 ประเภท ได้แก่

  1. ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน พันธุ์ดั้งเดิมของไทยที่มีการอนุรักษ์สืบทอดกันมา ได้แก่ พันธุ์นางน้อยศรีสะเกษ 1 พันธุ์นางลาย พันธุ์นางเหลือง พันธุ์วนาสวรรค์ พันธุ์นางสิ่ว และพันธุ์ทับทิมสยาม เป็นต้น
  2. ไหมพันธุ์ไทยปรับปรุง เป็นพันธุ์ไหมพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีเชื้อพันธุ์ทั้งหมด หรือบางส่วนมาจากพันธุ์ไหมต่างประเทศ มี 3 กลุ่มคือ
    – ไหมพันธุ์ไทยปรับปรุงพื้นบ้าน ได้แก่ พันธุ์สร 4 พันธุ์หนองคาย 4 พันธุ์ปากช่อง 21
    – ไหมพันธุ์ไทยลูกผสม ได้แก่ พันธุ์อุบลราชธานี 60-35 (ดอกบัว) พันธุ์ไทยลูกผสมสกลนคร พันธุ์ไทยลูกผสมอุดรธานี พันธุ์เหลืองไพโรจน์ พันธุ์กำพล
    – ไหมพันธุ์ลูกผสม ได้แก่พันธุ์ผสมเหลืองโคราช พันธุ์นครราชสีมา 60-1 (K13) พันธุ์จุล1/1
  3. ไหมพันธุ์ต่างประเทศ ส่วนใหญ่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี และญี่ปุ่น
ไหม
หนอนไหม
ไหม
 ตัวอย่างรังไหม
ไหม
ตัวอย่างรังไหมสายพันธุ์ต่างๆ ได้แก่ (1) นางน้อยศรีสะเกษ 1 (2) เหลืองไพโรจน์ (3) ดอกบัว (4) วนาสวรรค์ (5) นางสิ่ว (6) ทับทิมสยาม (7) ไหมจากประเทศจีน (8) ไหมจากประเทศญี่ปุ่น (9) จุล 1/1 (10) จุล 3/2 (11) อีรี่

แหล่งเลี้ยงไหม

แหล่งเลี้ยงไหมที่สำคัญของประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี หนองคาย ชัยภูมิ ศรีสะเกษ นครพนม มหาสารคาม สกลนคร และกาฬสินธุ์ ส่วนในภาคอื่นๆที่มีการเลี้ยงไหมเหมือนกัน เช่น ภาคเหนือที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกที่จังหวัดระยอง ภาคตะวันตกที่จังหวัดกาญจนบุรี และภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร แต่เพิ่งจะเริ่มเลี้ยงกันมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้

ติดตาม ลดาผ้าไหม  จากหลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์  Facebook  Instagram  Pinterest  Youtube และ Line @ladasilks  คุณจะไม่พลาดทุกข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดๆจากทางร้าน