ผ้าย้อมคราม

การย้อมครามเรียกได้ว่าคือ King of indigo blue หรือราชาแห่งการย้อมสีครามธรรมชาติ เพราะสีแห่งครามไม่มีพืชชนิดไหนสามารถทดแทนได้ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยคุณสมบัติของครามด้วยว่าสามารถป้องกันรังสียูวีจากพระอาทิตย์ได้อีกด้วย ด้วยคุณสมบัติพิเศษของครามรวมถึงกรรมวิธีการย้อมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ยิ่งทำให้การย้อมครามมีเสน่ห์อย่างหาตัวเปรียบไม่ได้

การย้อมครามจะใช้กรรมวิธีการย้อมโดยการย้อมเย็นคือไม่ใช้ความร้อนในการย้อมแต่กลับได้สีที่ชัดเจนและงดงาม ซึ่งมีขั้นตอนการย้อมดังนี้
1. เอาใบครามมาแช่น้ำไว้หนึ่งคืน หลังจากนั้นเอาใบครามออกแล้วใส่ปูนขาวลงไป ตีจนเป็นฟองละเอียดและฟองเป็นสีคราม
2. เทน้ำทิ้งเอาแต่ตะกอนไว้และนำเนื้อครามที่ได้ไปผสมกับน้ำด่าง ขี้เถ้า และมะขามเปียก เพื่อให้ความเป็นด่างเหมาะสมสำหรับการย้อม
3. ทิ้งไว้ 3-5 วันโดยประมาณเพื่อให้เนื้อครามเกิดปฏิกิริยากับส่วนผสมที่ใส่ลงไปและพร้อมใช้งาน จะเห็นได้ว่าน้ำครามที่ได้จะเป็นสีเหลืองอมเขียว
4. นำเส้นใยลงไปย้อมในน้ำครามที่เตรียมไว้ โดยส่วนใหญ่จะนิยมใช้เส้นใยธรรมชาติ เช่น เส้นไหม เส้นฝ้าย เนื่องจากย้อมติดสีครามได้ดีกว่าใยสังเคราะห์ นอกจากนี้น้ำย้อมที่เย็นจะย้อมติดสีครามได้ดีกว่า ดังนั้นจึงควรใช้โอ่งดินในการทำหม้อย้อม
5. ใช้มือสาวเส้นใยและจุ่มลงไปในน้ำครามเรื่อยๆให้น้ำครามแทรกตัวเข้าไปในเส้นใย ทำไปเรื่อยๆประมาณ 10-15 นาที แล้วบิดน้ำครามออก จะเห็นได้ว่าจากตอนแรกที่น้ำครามเป็นสีเหลืองอมเขียว เมื่อโดนออกซิเจนในอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีคราม
6. หากต้องการสีที่เข้มมากขึ้นสามารถทำการย้อมซ้ำได้เท่าที่ต้องการ

ในส่วนของการให้ลวดลายบนผืนผ้า สามารถทำได้ทั้งการมัดย้อมและการมัดหมี่ ซึ่งการมัดหมี่จะมีขั้นตอนที่ละเอียดและซับซ้อนกว่าการมัดย้อมเป็นอย่างมาก ทำให้ผ้าครามที่มีการให้ลวดลายจากการมัดหมี่มีมูลค่ามากในท้องตลาด จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนี้จึงสามารถกล่าวได้ว่า ผ้าย้อมครามคือราชาของการย้อมธรรมชาติอย่างแท้จริง

ติดตาม ลดาผ้าไหม  จากหลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์  Facebook  Instagram  Pinterest  Youtube และ Line @ladasilks  คุณจะไม่พลาดทุกข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดๆจากทางร้าน