มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จากธนาคาร

ธนาคารไทยพาณิชย์

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สร้างวิกฤติด้านการท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบการไทยทั้งผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลกระทบโดยตรงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยชะลอการเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน ในขณะที่ผู้ประกอบการยังคงต้องแบกรับภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ธนาคารได้ออก 3 มาตรการช่วยเหลือ “ช่วยพัก ช่วยขาย ช่วยลดต้นทุน” กล่าวคือ

  1. ช่วยพัก ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินโดยพักชำระเงินต้นให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระในเบื้องต้นให้กับผู้ประกอบการแล้ว
  2. ช่วยขาย ด้วยเข้าใจในปัญหาที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญซึ่งอาจกระทบกับสภาพคล่องของธุรกิจ ธนาคารจึงจับมือกับพันธมิตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) จัดงาน “SCB เที่ยวไทย ไปด้วยกัน” เพื่อช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกว่า 50 ราย ที่ได้รับผลกระทบเสนอขายแพ็กเกจ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 60% สำหรับโรงแรม ที่พัก โปรแกรมท่องเที่ยว ร้านอาหาร ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง พร้อมแคมเปญพิเศษจากธนาคาร สำหรับผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของ SCB ใช้คะแนนเท่ายอดซื้อแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% ซึ่งสามารถเห็นผลด้านยอดขายและรายได้ทันที พร้อมกันนี้ยังได้วางแผนที่จะต่อยอดกิจกรรมนี้เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายด้วยการจัด Roadshow สัญจรไปยังสำนักงานองค์กรพันธมิตรต่างๆ ซึ่งมีทั้งกลุ่มพนักงานและลูกค้าที่พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวไทยก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน และธนาคารพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางการตลาดอื่นๆ เช่น การทำโปรโมชั่นพิเศษร่วมกันกับลูกค้า รวมถึงการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของธนาคารช่วยลูกค้าโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มยอดขายได้ในอีกทางหนึ่ง
  3. ช่วยลดต้นทุน ธนาคารพยายามใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางธุรกิจที่วางไว้มาช่วยลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรด้านต่างๆ เพื่อช่วยธุรกิจลดต้นทุนในระยะยาวผ่านการทำ Business Matching เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวจับคู่เจรจาธุรกิจกับกลุ่มคู่ค้าทางธุรกิจ อาทิ Online Travel Agents ชั้นนำที่จะช่วยเปิดประตูให้ผู้ประกอบการไทยได้เข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวจีน รวมทั้งคู่ค้าผู้พัฒนาเทคโนโลยีในการบริหารจัดการธุรกิจซึ่งมีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบบริหารจัดการห้องพัก ระบบประหยัดพลังงาน ระบบบัญชี เป็นต้น
ช่วยเหลือ

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยได้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระลูกค้าอย่างทั่วถึง มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้และเสริมสภาพคล่อง

ลูกค้ารายย่อยที่กู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อบุคคล ธนาคารพักชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน นอกจากนี้ ยังสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจากสินเชื่อ Home for Cash โดยใช้หลักประกันเดียวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีกับธนาคาร

สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โรงแรม การส่งออกสินค้าไปยังจีนและประกอบธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือทั้งลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กโดยได้พักชำระหนี้และขยายระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลาง เป็นกรณีเร่งด่วนไปแล้วกว่า 200 ราย วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท

ช่วยเหลือ

ธนาคารยูโอบี

ธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนอันส่งผลกระทบต่อลูกค้า โดยมีมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ขยายเวลาการชำระหนี้ ลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำและสินเชื่อบุคคล นานสูงสุด 12 เดือน 

ช่วยเหลือ

​ธนาคารกสิกรไทย

ลูกค้าธุรกิจ

  • สินเชื่อเพื่อธุรกิจ (ประเภทเงินกู้) : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน
  • วงเงินหมุนเวียน (ประเภทตั๋ว) : ขยายตั๋วได้ไม่เกิน 12 เดือน   
  • สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน

ลูกค้ารายย่อย

  • สินเชื่อบ้านกสิกรไทย และ สินเชื่อที่อยู่อาศัยอื่นที่มีหลักประกัน : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน
  • สินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย ถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2563
  • สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน
ช่วยเหลือ

ธนาคารออมสิน 

ธนาคารออมสิน ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต และสินเชื่อบัตรเงินสด ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัส COVID-19

ออมสินช่วยคุณได้ ผ่อนหนักเป็นเบา กับ มาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต และสินเชื่อบัตรเงินสด (ลูกค้าที่ยังไม่เป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัส COVID-19 

ช่วยเหลือ

ธนาคารกรุงเทพ

สำหรับลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิต ธนาคารช่วยเหลือในการปรับเงื่อนไขผ่อนผันให้ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้ตามยอดเรียกเก็บไม่เกิน 3 รอบบัญชี ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่า 10% ของยอดคงค้าง และปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติ 50% ไม่เกินเดือนธันวาคม 2564 และยกเว้นดอกเบี้ยจากหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคลอื่นๆ ธนาคารได้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามความเหมาะสม ผ่อนผันให้ปลอดการชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ปรับยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% สูงสุดไม่เกิน 24 เดือน ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ระยะเวลาหนึ่งตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี และยกเว้นดอกเบี้ยผิดนัด ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

ช่วยเหลือ
ช่วยเหลือ
ช่วยเหลือ

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย SME Bank

สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” สามารถเลือกใช้สิทธิ์ต่างๆ ได้ ประกอบด้วย

1.มาตรการ “พัก” ชำระหนี้เงินต้น สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรง นานสูงสุด 12 เดือน และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม นานสูงสุด 6 เดือน เพื่อช่วยลดภาระการชำระหนี้และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยเริ่มพักชำระนับจากเดือนถัดไปที่ได้รับการอนุมัติพักชำระหนี้เงินต้น

2.มาตรการ “ขยาย” เวลาชำระหนี้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจ และสำหรับลูกค้าที่ใช้ บสย.ค้ำประกันเดิม (โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) ระยะที่ 5-7 ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ทำหน้าที่เป็นหลักทรัพย์ช่วยค้ำประกันให้ผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อได้คล่องตัวขึ้น) สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ

3.มาตรการ “เติม” ทุนดอกเบี้ยถูกเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ลูกค้ามีเงินทุนไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นิติบุคคล 3%ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงิน 1 ล้านบาทต่อราย และบุคคลธรรมดา 5%ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงิน 5 แสนบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 7 ปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 

ธอส.ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ย กรอบวงเงินสินเชื่อลูกค้าธนาคาร 10,000 ล้านบาท โดยจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 กรอบวงเงินสินเชื่อลูกค้า 10,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้าทุกวัตถุประสงค์การกู้ ทั้งที่ยังมีสถานะผ่อนชำระปกติ และมีสถานะค้างชำระเงินงวดตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 แต่รายได้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 1.00% ต่อปี พร้อมลดเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 4 เดือน และให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 

ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ สงครามการค้า ภัยแล้ง น้ำท่วม ราคาผลผลิตตกต่ำ และการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประกอบด้วยการขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย ปลอดชำระต้นเงินใน 3 ปีแรก พร้อมเติมสินเชื่อใหม่โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจ ระยะเวลาดำเนินมาตรการ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2564 ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารอิสลามแห่งปรเทศไทย

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้ารับผลกระทบจากโควิด-19 ให้ลูกค้าด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและชำระเฉพาะกำไรนาน 12 เดือน พร้อมยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดฯ พิจารณาวงเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม ส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจะรับพิจาณาช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ 

  • พักชำระหนี้เงินต้นและชำระเฉพาะกำไรนานสูงสุด 12 เดือน
  • ขยายระยะเวลาสินเชื่อออกไปตามระยะเวลาพักชำระหนี้เงินต้น
  • ยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดการชำระหนี้ที่เกิดขึ้น

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

สำหรับลูกค้าองค์กรระดับใหญ่ ธนาคารจะพิจารณามาตรการการให้ความช่วยเหลือตามระดับผลกระทบเป็นรายกรณี ดังนี้

  • พักชำระหนี้เงินต้น และ/หรือปรับลดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน
  • ผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนเป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน
ช่วยเหลือ

ธนาคารเกียรตินาคิน 

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งประกอบด้วย การพักชำระหนี้เงินต้น ตั้งแต่ 9 – 18 เดือนโดยไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจโรงแรมที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งหมด 

  • ลูกหนี้รายย่อย
  • พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน
  • ส่วนลดดอกเบี้ย
  • ขยายระยะเวลาชำระหนี้ 

ธนาคารทหารไทยและธนาคารธนชาต

ธนาคารทีเอ็มบีและธนาคารธนชาตมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งกลุ่มที่ได้รับเชื้อ หรือกิจการได้รับผลกระทบ ยอดขายลดลง จึงร่วมกันออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยซึ่งมีที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่สถานที่ทำงาน หรืออย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดกรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี กระบี่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และพังงา ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตฝ่าวิกฤติครั้งนี้ต่อไปได้ ดังนี้

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย – สินเชื่อบ้าน ลูกค้าทั้ง 2 ธนาคาร ขอพักชำระหนี้ได้นานสูงสุด 3 รอบบัญชี หากอยู่จังหวัดอื่นให้อยู่ในดุลยพินิจของธนาคาร และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ

สินเชื่อรถยนต์ ธนชาตDRIVE ลูกค้าที่ค้างชำระหนี้ไม่เกิน 60 วัน ขอพักชำระหนี้ได้เพิ่มสูงสุด 60 วัน และขยายเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกิน 96 งวด โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ

บัตรเครดิต- บัตรกดเงินสด ลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดทีเอ็มบี ขอพักชำระหนี้ได้นานสูงสุด 3 รอบบัญชี โดยดอกเบี้ยยังเดินปกติ แต่ไม่ถูกบันทึกเป็นการผิดนัดชำระหนี้ และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ ด้านลูกค้าธนชาตสำหรับบัตรเครดิตขอลดยอดชำระขั้นต่ำได้จาก 10% เหลือ 5% นานสูงสุด 3 รอบบัญชี ส่วนลูกค้าบัตรกดเงินสดขอลดยอดชำระขั้นต่ำได้จาก 3% เหลือ 1 % นานสูงสุด 3 รอบบัญชี และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ

สินเชื่อบุคคล ลูกค้าทั้ง 2 ธนาคารที่ได้รับผลกระทบขอพักชำระหนี้ได้นานสูงสุด 3 รอบบัญชี และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้เพิ่มขึ้นอีก 3 รอบบัญชี หรือจนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วน

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อธุรกิจลูกค้ากลุ่ม SME ทั้ง 2 ธนาคาร ที่ประกอบธุรกิจบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ร้านค้าปลีกสำหรับนักท่องเที่ยว, ธุรกิจผลิตภัณฑ์การเกษตร, ธุรกิจขนส่ง, เช่ารถ หรือธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงลูกค้าสินเชื่อผู้ประกอบการวิชาชีพแพทย์ของธนชาต กรณีมีวงเงินกู้ระยะยาว (Term Loan) ขอพักชำระเงินต้นได้สูงสุด 6 เดือน และสามารถขยายเวลาผ่อนชำระออกไปได้อีก 6 เดือน กรณีมีวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) ลูกค้าทั้ง 2 ธนาคาร ขอลดอัตราดอกเบี้ยลง 1.50% จากสัญญาสินเชื่อปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ กรณีมีวงเงินกู้ระยะยาว (Term Loan) ขอพักชำระเงินต้นได้สูงสุด 6 เดือนและขอขยายเวลาการผ่อนชำระออกไปได้อีก 6 เดือน สูงสุดได้ถึง 2 ครั้ง รวม 12 เดือน (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร)

ธนาคารทิสโก้ 

ลูกหนี้ธุรกิจ

  • พิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือเป็นรายกรณี

ลูกหนี้รายย่อย

  • ผ่อนปรนการชำระเงินต้นชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน
  • ลดภาระการผ่อนชำระ
  • ขยายระยะเวลาการชำระหนี้
  • ลดค่าธรรมเนียม

ธนาคารไทยเตรดิต

ธนาคารไทยเตรดิตออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ แต่หลักประกันมีมูลค่าไม่เพียงพอต่อวงเงินที่ต้องการ ธนาคารให้วงเงินสูงสุด 2 เท่าของมูลค่าหลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการที่มีหลักประกันมูลค่าเพียงพอและต้องการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำลง ธนาคารมอบข้อเสนอ กล้าให้เต็มร้อย วงเงิน 100% ของมูลค่าหลักประกัน พร้อมดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน และรับดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี ในเดือนที่4-24”

สำหรับลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร ทั้งผู้ประกอบการกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีและกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ภัยแล้ง และปัจจัยอื่นๆ ธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือด้วยการพักชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) พร้อมขยายเวลาการผ่อนชำระ สูงสุด 24 เดือน (โดยพิจารณาเป็นรายกรณี) เพื่อแบ่งเบาการผ่อนชำระค่างวดให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในปัจจุบัน

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ธนาคารพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาตามสภาพการณ์ของธุรกิจและความเดือดร้อน เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแต่ละราย

สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ประกอบด้วย

  • ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคล พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด
  • ลูกค้าสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด (แล้วแต่กรณี)
  • ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด
  • ลูกค้ากรุงศรี คอนซูมเมอร์ (สำหรับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19)พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

หลังจากนั้น สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราการผ่อนชำระจาก 10% เป็น 5% และสำหรับลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคล ลดอัตราการผ่อนชำระจาก 5% เป็น 3% หรือปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนเป็นรายกรณี

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)

ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา*

  • เพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ*
  • ผ่อนปรนอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบ*

หมายเหตุ *ธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันของธนาคารเป็นรายกรณี  

ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์​

​ลูกหนี้ธุรกิจ 

  • ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระ เช่น ปลอดเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และ ขยายระยะเวลาเงินกู้ เพื่อให้ภาระการผ่อนชำระลดลงหลังหมดช่วงปลอดเงินต้น
  • สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม
  • ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าในช่วงที่มีปัญหา สูงสุดไม่้เกิน 12 เดือน โดยพิจารณาเป็นรายๆไป
  • ช่วยเหลืออื่นๆ ตามที่เห็นสมควรโดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

EXIM BANK ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ทั้งด้านสินเชื่อและด้านรับประกันการส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอาจเกิดขึ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ประกอบด้วย

1.มาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อ ลูกค้าสินเชื่อทั้งระยะยาวและระยะสั้น สามารถขอพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุด 6 เดือน รวมทั้งขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินเกินเทอมที่ธนาคารอนุมัติ รวมกับอายุตั๋วเดิมแล้วไม่เกิน 360 วัน กรณีลูกค้าที่มีการค้ำประกันสินเชื่อโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) PGS ระยะที่ 5-7 สามารถขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ออกไปได้อีกสูงสุด 5 ปี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ในส่วนที่ขยายออกไป 5 ปี นับจากวันที่หมดระยะเวลาการค้ำประกันที่มีกับโครงการเดิม ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถขอรับบริการภายใต้มาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2563

2.มาตรการสนับสนุนด้านรับประกันการส่งออก สำหรับลูกค้าประกันการส่งออกของ EXIM BANK ที่มีการส่งออกไปแล้ว หรือได้รับคำสั่งซื้อแล้วและกำลังเตรียมการส่งออก ประกอบด้วย 1) การขยายระยะเวลาการชำระเงินที่ EXIM BANK ให้ความคุ้มครองสูงสุดรวมกันไม่เกิน 270 วัน (กรณีไม่เกิน 180 วัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) 2) การเพิ่มความคุ้มครองให้กับสินค้าที่เน่าเสียง่ายจากการที่ผู้ซื้อในจีนไม่รับมอบสินค้าเป็นกรณีพิเศษ ในอัตรา 50% ของมูลค่าใบกำกับสินค้า และ 3) การลดระยะเวลาการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน โดย EXIM BANK จะชดเชยให้ทันที โดยไม่ต้องขายหรือทำลายสินค้าก่อน ลูกค้าและผู้ส่งออกที่สนใจขอรับบริการภายใต้มาตรการสนับสนุนด้านรับประกันการส่งออกได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2563

บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

มาตรการพักการชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อเป็นระยะเวลา 12 เดือนสำหรับลูกค้า SMEs เดิม ของ บสย. ในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ได้แก่ ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก หรือธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นลูกค้า บสย. ที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 กรกฎาคม 2563

มาตรการขยายระยะเวลาการค้ำประกันโครงการค้ำประกัน PGS 5-7 ขยายระยะเวลาการค้ำประกันนานสูงสุด 5 ปี และไม่คิดค่าธรรมเนียมในช่วงเวลาต่อขยาย

มาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” สำหรับลูกค้า SMEs ที่ต้องการสินเชือ่ใหม่และได้รับการผ่อนปรับเงื่อนไขชำระหนี้ ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปี วงเงินค้ำประกันสูงสุด 30 ลบ.ต่อราย สินเชื่อใหม่ได้รับการค้ำประกันความเสียหาย เพิ่มขึ้นเป็น 40% ของสถาบันการเงิน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของแต่ละธนาคาร หากใครต้องการความช่วยเหลือทางการเงินสามารถติดต่อโดยตรงที่ธนาคารทุกแห่งได้เลย 

ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทยกรุงเทพธุรกิจประชาชาติธุรกิจ